ลงทุนในนามบุคคล กับนิติบุคคล ต่างกันยังไง?

ถ้าบริษัทของเรามีกำไร และเราอยากนำกำไรไปลงทุนต่อ ระหว่าง บริษัทปันผลให้บุคคลไปลงทุนเอง กับ บริษัทนำกำไรไปลงทุนให้ ต่างกันยังไง และหลังหักภาษี เราจะได้ผลตอบแทนแบบไหน มากกว่ากัน


ภาษีที่เกี่ยวข้อง

1) ภาษีเงินปันผลบุคคลธรรมดา

เมื่อบุคคลได้รับเงินปันผลจากบริษัท สามารถเลือกได้ว่าจะเสียภาษี 10% แล้วไม่ต้องนำไปคำนวณรวมกับเงินได้อื่น

หรือจะนำไปคำนวณรวม เพื่อขอภาษีคืนก็ได้ แต่ก็ต้องนำเงินได้ประเภทที่ 4 มาคำนวณทุกรายการ

ในที่นี้เมย์เลือกแบบหัก 10% แล้วจบเลย

(กรมสรรพากร: เครดิตภาษีเงินปันผลข้อ 19)

2) ภาษีเงินปันผลนิติบุคคล

กรณีนี้จะได้รับการยกเว้นภาษี ไม่ต้องนำเงินปันผลมาคำนวณกำไรสุทธิ

  1. เป็นบริษัทจำกัดถือหุ้นบริษัทไทยตั้งแต่ 25% ขึ้นไป และบริษัทจำกัดที่จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดที่รับปันผล
  2. เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถือหุ้นบริษัทไทย (เท่าไหร่ก็ได้)

** โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องถือหุ้นก่อนปันผลอย่างน้อย 3 เดือน และหลังปันผลถือต่ออย่างน้อย 3 เดือน **

กรณีที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี

  1. เป็นบริษัทจำกัด ที่ถือหุ้นบริษัทไทยไม่ถึง 25%

จะต้องนำ 50% ของเงินปันผลที่ได้ มาคำนวณกำไรสุทธิ และจ่ายภาษีตามระบบ

(iTAX: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีได้รับเงินปันผลจากการเข้าถือหุ้นอีกบริษัท)

3) ภาษีเงินได้นิติบุคคล

กรณีเป็น SME กำไรสุทธิรวมแล้วไม่เกิน 300,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี

กรณีเป็น SME กำไรสุทธิรวมแล้วมากกว่า 300,000 แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท จะต้องเสียภาษี 15%

กรณีเป็น SME และนิติบุคคลทั่วไป ที่มีกำไรสุทธิมากกว่า 3,000,000 บาท จะต้องเสียภาษี 20%

(กรมสรรพากร: คู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการ SME)


วิธีคำนวณ

** คำนวณด้วยตัวเลขเงินกำไรตั้งต้นที่จะนำไปลงทุน 500,000 บาท ลงทุนในตลาดหุ้น ได้ปันผล 10% ต่อปีนะคะ **

แบบที่ 1 : บริษัทปันผลให้บุคคล บุคคลนำไปลงทุนเอง

บริษัทปันผลให้บุคคล > บุคคลนำไปลงทุน > บุคคลได้ผลตอบแทน

แบบที่ 2 : บริษัทนำกำไรไปลงทุนให้ แล้วจ่ายปันผลทีเดียว

บริษัทนำกำไรไปลงทุน > บริษัทได้ผลตอบแทน > บริษัทปันผลให้บุคคล > บุคคลได้ผลตอบแทน

กรณีบริษัทได้รับการยกเว้นภาษีเงินปันผล จะหักภาษี ณ ที่จ่ายแค่ครั้งเดียว คือ 10% เมื่อจ่ายบริษัทจ่ายปันผลให้บุคคล

กรณีที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี จะต้องนำ 50% ของเงินปันผลที่ได้ มาคำนวณกำไรสุทธิ และจ่ายภาษีตามระบบ

สรุป

ถ้าบริษัทของเราเป็นบริษัทจำกัดที่เมื่อรวมกำไรจากการลงทุนแล้ว มีกำไรสุทธิไม่เกิน 3,000,000 บาท การลงทุนแบบที่ 2 จะให้ผลตอบแทนมากกว่าแบบที่ 1 ประมาณ 2.32%

แต่ถ้ากำไรสุทธิมากกว่า 3,000,000 บาท ทั้ง 2 แบบ ได้ผลตอบแทนเท่ากัน

(อันนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่อาจจะมีเพิ่มเติมนะคะ)

ส่วนตัว ถ้าฐานภาษีบริษัทไม่เกิน 15% และไม่รีบใช้เงิน เมย์เลือกแบบที่ 2

แต่ถ้า ฐานภาษีเกิน 15% เมย์จะเลือกแบบที่ 1 บริษัทปันผลให้บุคคล แล้วบุคคลนำไปลงทุนเอง เพื่อแยกเงินของบุคคลและนิติบุคคลออกจากกัน

Content Creator ที่สนใจเรื่องการเงินและการลงทุน