อยาก Save เงินในกระเป๋า เวลาร่างกายมีปัญหา ควรมีประกันค่ารักษาอะไรบ้าง

เราควรมีประกันอะไรบ้าง เพื่อ Save เงินในกระเป๋า เวลาที่ร่างกายมีปัญหา

1. ประกันอุบัติเหตุ

เมย์สนใจเรื่องการทำประกันอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อินดีเทลมาก จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ เชือกกระโดดฝาดตา

ประกันที่ทำไว้ตอนนั้น เป็นประกันที่เอา Contact มาจากบัตรเครดิต แล้วโทรมาขายเราอีกที เมย์ซื้อให้ตัวเอง 2 ฉบับ ให้พ่อกับแม่ อีกคนละฉบับ

ไม่ได้คิดว่าจะต้องใช้ แค่เผื่อไว้

2 ฉบับที่เมย์ทำ จ่ายค่าเบี้ย เดือนละประมาณ 1,300 บาท รวมเบี้ย 1 ปี เป็นเงิน 15,600 บาท

เหมือนจะแพงใช่ป่ะ แต่ถ้าเทียบกับค่ารักษาพยาบาลตอนเกิดอุบัติเหตุ คุ้มมาก

เพราะตอนที่เกิดอุบัติเหตุ เมย์มีเลือดออกข้างในลูกตา ใช้สายตาไม่ได้ ต้องหยอดยาขยายม่านตา แล้วก็นอนอยู่บนเตียง ไม่ขยับเยอะ ประมาณ 3-5 วัน ค่ารักษาพยาบาลตอนนั้นประมาณ 3-5 หมื่นบาท (จำเป๊ะๆ ไม่ได้นะคะ เพราะเกิดขึ้นตั้งแต่ ธันวาคม 2564)

ประกันออกให้ประมาณ 90% Excludes บางอย่าง แต่ก็ได้เงินชดเชยระหว่างนอนรักษาตัวมาอีกส่วน ใช้จ่ายค่าส่วนต่างตรงนี้ได้ค่ะ

สรุปคือ การเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น เมย์ไม่ได้ควักเงินเพิ่มเลย แถมยังมีส่วนต่างเข้ากระเป๋าด้วย

หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น เมย์ก็ลงดีเทลเรื่องประกันมากขึ้น ทำประกันชุดใหญ่ ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ

กันยายน 2566 เมย์เกิดอุบัติเหตุ ประตูรถหนีบนิ้ว ตอนแรกว่าจะไม่ไปหาหมอ คิดว่าเดี๋ยวก็หาย แต่เห็นมีเลือดออกใต้เล็บ เลยไปเช็คดูหน่อย เผื่อต้องถอดเล็บ

สิ่งที่หมอและพยาบาล Concern ไม่ใช่เรื่องแผล แต่เป็นเรื่องกระดูกนิ้ว เมย์โดนจับเข้าห้องเอ็กซ์เรย์ก่อนเลย โชคดีที่เป็นประตูรถ BYD กระดูกไม่หัก หมอบอกว่าถ้าเป็นรถยุโรปส่วนใหญ่กระดูกจะหัก วิธีรักษา คือให้ประคบเย็นและกินยาแก้ปวด

เมย์คิดว่าค่าใช้จ่ายไม่น่าเกิน 1,500 บาท แต่พอเห็นบิล ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3,346 บาท OMGGGG! ดีนะ ประกันจ่ายให้หมด ไม่ต้องควักเงินเพิ่ม

2. ประกันสุขภาพ

ค่ารักษาตัวจากอุบัติเหตุยังขนาดนี้ เมย์ทำประกันสุขภาพ เน้นวงเงินค่ารักษาพยาบาลไว้ 5 ล้านบาท

ยังไม่ได้ใช้นะ แต่ก็ไม่ได้อยากใช้ค่ะ สุขภาพแข็งแรงดีที่สุด


เมย์เน้นทำประกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ร่างกายและเงินในกระเป๋าของตัวเอง ดังนั้น วงเงินประกันชีวิต เมย์จะเลือกวงเงินเริ่มต้นที่สามารถทำได้ค่ะ

ประกันชีวิตเป็นกรมธรรม์หลัก ต้องซื้อก่อน เราถึงจะสามารถซื้อประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมได้นะคะ

3. ผู้ป่วยนอก

ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ และทุกครั้งที่ป่วยจนต้องแอดมิด (IPD) บริษัทประกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้

ยังขาดค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) เวลาที่เราเจ็บนู่น ปวดนี่ หรือขณะที่เขียนบทความนี้ เมย์ก็กำลังป่วยอยู่ค่ะ แม้จะไม่หนักมาก แต่ถ้าหลายวันแล้วยังไม่ดีขึ้น เราก็อยากไปให้หมอเช็ค

การทำประกัน OPD เบี้ยจะค่อนข้างสูง เมย์ก็เลยค้นเจอประโยชน์ของการมีประกันสังคมค่ะ

สำหรับคนที่ยังเป็นพนักงานประจำ ใช้ประกันสังคมได้ปกติเลยนะคะ แต่ถ้าใครลาออกแล้ว อยากใช้สิทธิ์ส่วนนี้ อย่าลืมไปยื่นสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เลือกแบบหักเงินผ่านบัญชีนะคะ เนื่องจากถ้าเราขาดส่ง สิทธิ์อาจจะหลุดได้

วิธีสมัครผู้ประกันมาตรา 39 แบบออนไลน์

  1. เข้าไปที่เว็บ สำนักงานประกันสังคม
  2. เลือกเมนู ผู้ประกันตน > ล็อกอินเข้าสู่ระบบ
  3. เลือกเมนู สมัครมาตรา 39

หมายเหตุ: ประกันสังคมมาตรา 39 สมัครภายใน 6 เดือนหลังลาออกจากงาน แต่ถ้าต้องการใช้สิทธิรับเงินทดแทนการขาดรายได้ ให้รับเงินค่าชดเชยให้เรียบร้อยก่อน ค่อยกดสมัครนะคะ

หรือถ้าเป็นฟรีแลนซ์ ไม่ได้อยู่ในประกันสังคมมาตรา 33 และ 39 ก็สมัครมาตรา 40 ได้ค่ะ


สรุป เพื่อ Save เงินในกระเป๋า เวลาที่ร่างกายมีปัญหา ประกันที่ควรมี คือ ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ และประกันสังคม สำหรับผู้ป่วยนอก หรือ OPD ค่ะ

Content Creator ที่สนใจเรื่องการเงินและการลงทุน